Monday, September 12, 2016

ฟุตบอลทีมชาติไทย

       



           ฟุตบอลทีมชาติไทย เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศ และอยู่ภายใต้การบริหารของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยทีมมีประวัติของความสำเร็จในการแข่งขันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือชนะเลิศอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ 4 สมัย และชนะเลิศซีเกมส์ 9 สมัย โดยทีมชาติไทยยังสามารถคว้าอันดับ 3 ในเอเชียนคัพ 1972 และเข้าร่วมการแข่งขันในโอลิมปิกฤดูร้อน 2 ครั้ง และในเอเชียนเกมส์ 4 ครั้ง โดยอันดับโลกฟีฟ่าที่ทีมชาติไทยทำอันดับได้ดีที่สุด คือ อันดับที่ 42 ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2541 ปัจจุบันทีมชาติไทยอยู่อันดับที่ 120 ของโลก อันดับที่ 18 ของเอเชีย และอยู่ในอันดับที่ 1 ของอาเซียน จากการจัดอันดับโดยฟีฟ่า (สิงหาคม พ.ศ. 2559)




ประวัติ

ปีสมาคม
2459ก่อตั้ง
2468ฟีฟ่า
2500เอเอฟซี
2537เอเอฟเอฟ
ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2458 ในนามคณะฟุตบอลสำหรับชาติสยาม และเล่นการแข่งขันอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรก (พบกับทีมฝ่ายยุโรป) ที่สนามราชกรีฑาสโมสร ในวันที่ 20 ธันวาคม ในปีนั้น จนวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยามฯ โดยลงเล่นในการแข่งขันระหว่างประเทศครั้งแรกใน พ.ศ. 2473 พบกับทีมชาติอินโดจีน ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เล่นเวียดนามใต้ และ ฝรั่งเศส เพื่อต้อนรับการเสด็จประพาสอินโดจีนของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยชื่อของทีมชาติและชื่อของสมาคมได้ถูกเปลี่ยนชื่อในปีพ.ศ. 2482 เมื่อสยามกลายเป็นประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2499 พล.ต.เผชิญ นิมิบุตร ซึ่งเป็นนายกสมาคม ได้มีการหาผู้เล่นจากหลายสโมสรเพื่อจัดตั้งทีมที่จะลงแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 1956ที่เมลเบิร์น โดยเป็นครั้งแรกของทางทีมที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมในกีฬาโอลิมปิก ในการแข่งขันนั้นเป็นการแข่งขันแบบแพ้คัดออก ทีมไทยจับฉลากพบกับสหราชอาณาจักร ในวันที่ 26 พฤศจิกายน โดยทีมไทยพ่ายแพ้ไป 0-9 (ความพ่ายแพ้ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์) ตกรอบทันที โดยในรอบที่สอง ทีมสหราชอาณาจักรก็พ่ายแพ้ให้กับทีมชาติบัลแกเรีย 6 ประตูต่อ 1 โดยทีมชาติบัลแกเรียได้เหรียญทองแดง ทีมชาติยูโกสลาเวีย ได้เหรียญเงิน และสหภาพโซเวียตได้เหรียญทองไปครอง[2] ภายหลังจากการแข่งขัน หนังสือพิมพ์สยามนิกร ฉบับวันที่ 28 พฤศจิกายน ได้พาดหัวข่าวหน้ากีฬาว่า "ทีมชาติอังกฤษเฆี่ยนทีมชาติไทย 9 - 0" ซึ่งภายหลังจบการแข่งขันพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งถึงสมาคมฟุตบอลฯ ให้ส่ง พล.ต.ดร.สำเริง ไชยยงค์ หนึ่งในนักฟุตบอลชุดโอลิมปิกไปศึกษาพื้นฐานการเล่นฟุตบอลจากประเทศเยอรมนี เพื่อให้กลับมาสอนการเล่นฟุตบอลให้แก่ทีมไทย จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2508 ฟุตบอลทีมชาติไทยก็คว้าเหรียญทองในกีฬาแหลมทอง (ปัจจุบันเรียกว่าซีเกมส์ครั้งที่ 3 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย จนถึง พ.ศ. 2552 ประเทศไทยชนะเลิศการแข่งขันทุก ๆ สองปีรวมทั้งสิ้น 12 ครั้ง
ทีมไทยได้เข้าร่วมโอลิมปิกฤดูร้อนอีกครั้งในปีพ.ศ. 2511 โดยแพ้ต่อทีมชาติบัลแกเรีย 0-7, ทีมชาติกัวเตมาลา 1-4 และทีมชาติเช็กโกสโลวาเกีย 0-8 ตกรอบแรกในการแข่งขัน ซึ่งผู้ชนะในคราวนี้ คือทีมชาติฮังการี ได้เหรียญทองไปครอง ซึ่งเป็นการเข้าร่วมการแข่งขันในโอลิมปิกเป็นครั้งสุดท้ายจนถึงปัจจุบัน
ในปี พ.ศ. 2515 ประเทศไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอล เอเชียนคัพ 1972 ซึ่งเป็นการจัดการแข่งขันเอเชียนคัพครั้งที่ 5 โดยในการแข่งขันนี้ ทีมชาติไทยได้อันดับที่ 3 โดยยิงลูกโทษชนะทีมชาติกัมพูชา 5 ประตูต่อ 3 ภายหลังจากเสมอกัน 2 ต่อ 2 ซึ่งในการแข่งขันนี้ ทีมชาติอิหร่าน ชนะเลิศ และทีมชาติเกาหลีใต้ ได้รางวัลรองชนะเลิศตามลำดับ
ในปี พ.ศ. 2519 ประเทศไทยได้แชมป์คิงส์คัพครั้งแรก โดยเป็นแชมป์ร่วมกับทีมชาติมาเลเซีย ภายหลังจากที่มีการเริ่มมีการจัดคิงส์คัพในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 โดยต่อมาทีมชาติไทยได้เป็นแชมป์คิงส์คัพอีกหลายครั้งรวมทั้งสิ้น 11 ครั้งด้วยกัน
สำหรับการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ ทีมชาติไทยยังไม่สามารถที่จะชนะเลิศได้ โดยความสำเร็จสูงสุดคือเข้ารอบรองชนะเลิศ ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 11 ที่จัดขึ้นที่ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2533 เช่นเดียวกับ เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13 ที่จัดขึ้นที่ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในปีพ.ศ. 2541 และ เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 14 ที่จัดขึ้นที่ ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ในปี พ.ศ. 2545และครั้งล่าสุดเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่จัดขึ้นที่ โดฮา ในปี พ.ศ. 2549 ทีมชาติไทยก็เป็นทีมเดียวในอาเซียนที่ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ (8 ทีมสุดท้าย) ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเข้ารอบโดยเป็นที่ 1 ของกลุ่มซี
ในปี พ.ศ. 2537 ไทยได้ร่วมก่อตั้งสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) กับอีก 9 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน และนอกจากนี้ ประเทศไทยได้มีการเชิญสโมสรชั้นนำจากทั่วโลก มาแข่งขันกับในประเทศไทยหลายครั้ง ได้แก่ เอฟซีปอร์โต (2540) อินเตอร์มิลาน (2540) โบคาจูเนียร์ (2540)ลิเวอร์พูล (2544) นิวคาสเซิลยูไนเต็ด (2547) เอฟเวอร์ตัน (2548) โบลตันวันเดอร์เรอร์ (2548) แมนเชสเตอร์ซิตี (2548 ที่ไทย และ 2550 ที่อังกฤษ[3]) และสโมสรชั้นนำอื่น ๆ และในปี 2551 ไทยตกรอบฟุตบอลรอบคัดเลือก รอบ 20 ทีมสุดท้าย โดยได้อยู่สายเดียวกับทีมอย่าง ญี่ปุ่น โอมาน บาห์เรนโดยไทยแข่ง 6 นัด ไม่ชนะใครเลย แพ้ 5 เสมอ 1 ทำให้ชาญวิทย์ ผลชีวิน ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากนั้นไม่นาน ปีเตอร์ รีด อดีตนักเตะเอฟเวอร์ตันและทีมชาติอังกฤษก็เข้ามารับตำแหน่งแทนแต่ไทย ก็พลาดแชมป์ อาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ 2007 โดยการแพ้ทีมชาติเวียดนามรวมผลสองนัด 3-2 และยังพลาดคิงส์คัพอีกรายการหนึ่ง โดยดวลจุดโทษแพ้ ทีมชาติเดนมาร์ก จากเหตุการณ์ดังกล่าว ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2552 ปีเตอร์ รีด จึงถูกปลดออกจากตำแหน่งรวมทั้งอนาคตที่ไม่แน่นอนในการคุมทีมชาติเพราะรีดมีข่าวว่าจะไปทำงานที่สโมสรฟุตบอลสโตกซิตี โดยเป็นผู้ช่วยของ โทนี พูลิส ผู้จัดการทีมสโตกซิตี
ในวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552ไบรอัน ร็อบสัน ได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมชาติไทยซึ่งเซ็นสัญญากับทีมชาติไทยไปจนถึงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014.[4]. ต่อมาในวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552, ร็อบสันสามารถนำทีมชาติไทยชนะนัดแรกในการคุมทีมของในการแข่งขัน เอเชียนคัพ 2011รอบคัดเลือก ที่พบกับ ทีมชาตสิงคโปร์ ด้วยสกอร์ 3-1.[5] แต่ในวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552, ร็อบสันนำทีมชาติไทยแพ้นัดแรกต่อทีมชาตสิงคโปร์ เช่นกันด้วยสกอร์ 1-0 ด้วยการแพ้ในบ้านที่ประเทศไทย. ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2553 ทีมชาติไทยสามารถยันเสมอกับจอร์แดน และ ทีมชาตอิหร่านด้วยสกอร์ 0-0 ทั้งสองนัดในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมชาติไทยได้เข้ารอบสุดท้ายในการแข่งขัน เอเชียนคัพ 2011 ที่ประเทศกาตาร์ได้ ในวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ร็อบสันสามารถนำทีมชาติไทยชนะทีมชาติสิงคโปร์ด้วยสกอร์ 1-0 ที่ประเทศไทย ในการแข่งขันกระชับมิตร ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2553 ร็อบสันนำทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติอินเดีย ได้ด้วยสกอร์ 2-1 ในการแข่งขันกระชับมิตรเช่นกัน แต่ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2553 ร็อบสันนำทีมชาติไทยตกรอบ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2010 ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม หลังจากการเสมอ 2 นัดกับ ทีมชาติลาว และ ทีมชาติมาเลเซียและแพ้ให้กับ ทีมชาติอินโดนีเซีย ซึ่งช่วงนั้นถือเป็นยุคมืดของทีมชาติไทยอย่างแท้จริง ทำให้ร็อบสันยกเลิกสัญญาจากการเป็นผู้จัดการทีมในวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554.[6]
ต่อมา วินฟรีด เชเฟอร์ อดีตผู้จัดการทีมเฟาเอฟเบชตุทท์การ์ท กับอดีตแมวมองสโมสรโบรุสเซียเมินเชนกลัดบัคสโมสรฟุตบอลชื่อดังในบุนเดสลีกาและอดีตผู้จัดการทีมทีมชาติแคเมอรูนวัย 61 ปีได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมชาติไทยแทนไบรอัน ร็อบสัน ที่มีปัญหาในเรื่องสุขภาพ โดยงานแรกของเชเฟอร์คือการนำทีมชาติไทยไปแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2014 ในรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ซึ่งแฟนบอลทุกคนได้สนับสนุนการทำงานของเชเฟอร์มาตลอดไม่ว่าการแข่งขันในบ้านหรือนอกบ้านจะมีแฟนบอลคอยติดตามอยู่ทุกเมื่อ
โดยนัดแรกทีมชาติไทยได้บุกไปแพ้ให้แก่ฟุตบอลทีมชาติออสเตรเลีย ด้วยสกอร์ 1-2 ซึ่งออกนำไปก่อนจากประตูของธีรศิลป์ แดงดา.[7] แล้วในการแข่งขันต่อมาทีมชาติไทยสามารถเอาชนะฟุตบอลทีมชาติโอมานได้ 3-0 จากประตูของสมปอง สอเหลบธีรศิลป์ แดงดา และการทำเข้าประตูตัวเองของราชิค จูมา อัล-ฟาร์ซี โดยเป็นชัยชนะนัดที่สองของทีมชาติไทยในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ซึ่งนัดแรกคือนัดที่เอาชนะทีมชาติปาเสลสไตน์ได้ 3-2 ในรอบคัดเลือกรอบที่ 2.[8] และสามารถยันเสมอทีมชาติซาอุดีอาระเบียได้ 0-0 ในนัดถัดมาแต่หลังจากนั้นทีมชาติไทยได้แพ้อีกทั้ง 3 นัดในการไปเยือน 2 นัดและเล่นในบ้าน 1 นัดจึงทำให้หยุดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ไว้ที่รอบแบ่งกลุ่ม (คัดเลือกรอบที่ 3 โซนเอเชีย) และในการแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ทีมชาติไทยสามารถเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ซึ่งต้องไปพบกับทีมชาตสิงคโปร์ด้วยการเอาชนะทีมชาติมาเลเซีย ด้วยสกอร์ 3-1 ในรอบก่อนรอบชิงชนะเลิศ[9] ในรอบชิงชนะเลิศนัดแรกทีมชาติไทยบุกไปแพ้ทีมชาติสิงคโปร์แต่ก็ได้ประตูทีมเยือน (อเวย์โกล์) จากอดุลย์ หละโสะและในนัดที่สองแข่งกันที่กรีฑาสถานแห่งชาติทีมชาติไทยสามารถเอาชนะทีมชาติสิงคโปร์ด้วยสกอร์ 1-0 จากประตูของกีรติ เขียวสมบัติแต่รวมผลสกอร์ทีมชาติไทยแพ้ 3-2 [10] ต่อมาเชเฟอร์ได้นำทีมชาติไทยไปแข่งในการแข่งขันเอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือก (แบ่งกลุ่ม) ซึ่งเขานำทีมชาติไทยแพ้ทั้ง 2 นัดและทำให้เขายกเลิกสัญญาระหว่างเขากับทีมชาติไทยในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556 โดยทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แต่งตั้ง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยชื่อดังเป็นผู้จัดการทีมชาติคนใหม่ ซึ่งนัดแรกของเกียรติศักดิ์ในการคุมทีมชาติไทยคือในการแข่งขันกระชับมิตรกับทีมชาติจีน โดยเกียรติศักดิ์สามารถนำทีมชาติไทยบุกไปชนะทีมชาติจีนถึงถิ่นด้วยสกอร์ 5-1[11]
ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2556 ทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แต่งตั้งให้ สุรชัย จตุรภัทรพงษ์ อดีตนักฟุตบอลชื่อดังชาวไทย เป็นผู้ฝึกสอนและเตรียมทีมชาติไทยไปแข่งกับทีมชาติอิหร่าน ในการแข่งขัน เอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือก (แบ่งกลุ่ม)[12] ก่อนที่เกียรติศักดิ์จะมาคุมทีมต่อและสร้างประวัติศาสตร์สามารถคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 มาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี และรองแชมป์คิงส์คัพในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 รวมทั้งในปี พ.ศ. 2559 ก็สามารถพาทีมชาติไทยเป็นแชมป์กลุ่มเอฟในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 2 ผ่านเข้าสู่รอบที่ 3 ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี และสามารถผ่านเข้าไปเล่นเอเชียนคัพ 2019 ทันที ซึ่งเป็นการผ่านเข้าไปเล่นเอเชียนคัพได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีอีกด้วย

ข้อมูลทั่วไป[แก้]

ราชมังคลากีฬาสถาน

สนามเหย้า

ดูบทความหลักที่: ราชมังคลากีฬาสถาน
ราชมังคลากีฬาสถาน เป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อปี พ.ศ. 2541 สำหรับใช้ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ปัจจุบันมีความจุทั้งสิ้น 65,000 ที่นั่ง ตั้งอยู่ที่สนามกีฬาหัวหมาก ภายในที่ทำการของการกีฬาแห่งประเทศไทย แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้เป็นสนามเหย้าของฟุตบอลทีมชาติไทย ตั้งแต่เริ่มเปิดใช้จนถึงปัจจุบัน

สนามอื่นๆ ที่สามารถใช้งานได้

ชุดที่ใช้สำหรับการแข่งขัน

แต่เดิมชุดแข่งขันของฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดที่หนึ่งประกอบด้วย เสื้อสีแดง กางเกงสีแดง และถุงเท้าสีแดง ส่วนชุดที่สองประกอบด้วย เสื้อสีน้ำเงิน กางเกงสีน้ำเงิน และ ถุงเท้าสีน้ำเงิน ต่อมาในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ทำเรื่องขอเปลี่ยนชุดที่หนึ่ง ไปยังสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เป็นเสื้อสีเหลือง กางเกงสีเหลือง และถุงเท้าสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในวโรกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ต่อมาเมื่อวันที่ 8 กันยายนพ.ศ. 2554 ที่ประชุมกรรมการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีมติให้ทำเรื่องขอเปลี่ยนชุดที่หนึ่งไปยังฟีฟ่า กลับมาเป็นเสื้อสีแดง กางเกงสีแดง และถุงเท้าสีแดงอีกครั้ง
ไทย เอฟบีที (2545-2550)
ชุดที่หนึ่ง
(2545)
ชุดที่สอง
(2545)
ชุดที่หนึ่ง
(2546-2547)
ชุดที่สอง
(2546-2547)
ชุดที่หนึ่ง
(2548)
ชุดที่สอง
(2548)
ชุดที่หนึ่ง
(2549-2550)
ชุดที่สอง
(2549-2550)
สหรัฐอเมริกา ไนกี (2550-2554)
ชุดที่หนึ่ง
(เอเชียนคัพ 2550)
ชุดที่สอง
(เอเชียนคัพ 2550)
ชุดสีเหลือง
(2550)
ชุดที่หนึ่ง
(2551-2552)
ชุดที่สอง
(2551-2552)
ชุดที่หนึ่ง
(2553-2554)
ชุดที่สอง
(2553-2554)
ไทย แกรนด์สปอร์ต (2555-ปัจจุบัน)
ชุดที่หนึ่ง
(2555-2556)
ชุดที่สอง
(2555-2556)
ชุดที่หนึ่ง
(2557-2559)
ชุดที่สอง
(2557-2559)

ประวัติการแข่งขัน

ฟุตบอลโลก 2010

จากการจับฉลากสำหรับรอบที่ 1 และ รอบที่ 2 ในการแข่งขันรอบคัดเลือก โซนเอเชีย เพื่อหาตัวแทนไปแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ โดยในรอบที่ 1 ทีมชาติไทยสามารถเอาชนะมาเก๊า ด้วยผลประตูรวม 13-2 และต้องพบกับเยเมนในรอบที่ 2 โดยทีมชาติไทยสามารถเอาชนะด้วยผลประตูรวม 2-1 โดยทีมชาติไทยถูกจับสลากให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับญี่ปุ่นบาห์เรน, และ โอมาน ในรอบแบ่งกลุ่มรอบแรก

เอเอฟซีรอบที่ 3 : กลุ่ม 2

ทีมเล่นชนะเสมอแพ้ได้เสียรวมแต้ม
ธงชาติญี่ปุ่น ญี่ปุ่น6411123+913
ธงชาติบาห์เรน บาห์เรน632175+211
ธงชาติโอมาน โอมาน622257−28
ธงชาติไทย ไทย6015514−91
 บาห์เรนญี่ปุ่นโอมานไทย
บาห์เรน ธงชาติบาห์เรน1 – 01 – 11 – 1
ญี่ปุ่น ธงชาติญี่ปุ่น1 – 03 – 04 – 1
โอมาน ธงชาติโอมาน0 – 11 – 12 – 1
ไทย ธงชาติไทย2 – 30 – 30 – 1

ฟุตบอลโลก 2018

การแข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งขันที่แฟนบอลทีมชาติไทยคาดหวังมากที่สุด เนื่องจากชุดนี้หัวหน้าผู้ฝึกสอนตกเป็นของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ซึ่งสามารถพาทีมชุดนี้คว้าแชมป์ในการแข่งขันฟุตบอลระดับอาเซียนกลับประเทศได้หมดแล้ว ทั้งซีเกมส์ 2013 และ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014[13] รวมทั้งการจับสลากแบ่งกลุ่มในการแข่งขันในรอบที่ 2 เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558 ซึ่งไทยอยู่ในกลุ่มเอฟร่วมกับอิรัก ซึ่งมีอันดับโลกฟีฟ่าต่ำสุดในโถที่ 1 ซึ่งเป็นหัวแถวของเอเชีย, เวียดนามอินโดนีเซีย ซึ่ง 2 ประเทศนี้อยู่ในเขตอาเซียน และไต้หวัน ซึ่งมีอันดับโลกฟีฟ่าต่ำสุดในเอเชีย จึงนับว่าเป็นเรื่องง่ายของไทยที่จะผ่านไปเล่นในรอบที่ 3[14]
และนัดแรกก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง เพราะการแข่งขันระหว่างไทยกับเวียดนามที่ราชมังคลากีฬาสถานเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ซึ่ง วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ในขณะนั้นส่งเรื่องไปยังฟีฟ่า และได้รับอนุมัติให้เลื่อนออกมาหลังไปทับกับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลซีเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์[15] ไทยสามารถเอาชนะเวียดนามได้ 1-0 จากปกเกล้า อนันต์ ในนาทีที่ 81[16] แต่แล้วในวันที่ 30 พฤษภาคม ก็เกิดเหตุการณ์โชคร้ายของทีมไทย เมื่ออินโดนีเซียถูกฟีฟ่าสั่งแบนจากการนำการเมืองเข้ามาแทรกแทรงวงการฟุตบอล หมดสิทธิ์ลงแข่งฟุตบอลโลก[17] แต่เกียรติศักดิ์ กุนซือ ช้างศึก เห็นว่าเป็นเรื่องดี เพราะการแข่งขันจะลดลงถึง 2 นัด ทำให้มีเวลาเตรียมทีมและฝึกซ้อมมากกว่าเดิม[18] แล้วก็เป็นผล เพราะเมื่อ 16 มิถุนายน ไทยสามารถบุกไปชนะไต้หวันได้ถึงถิ่น 2-0 จาก ธีรศิลป์ แดงดา ในนาทีที่ 21 และ 39[19] และเปิดบ้านยันเสมอกับอิรักเมื่อ 8 กันยายน ไป 2-2 จากจุดโทษของ ธีราทร บุญมาทัน ในนาทีที่ 80 และ มงคล ทศไกร ในนาทีที่ 83[20] ต่อมาในวันที่ 13 ตุลาคม ไทยก็บุกไปชนะเวียดนามได้ถึง 3-0 จาก เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ในนาทีที่ 28, การสกัดเข้าประตูตัวเองของ ดิน เทียน ทันห์ ในนาทีที่ 56 และการต่อบอลอันสวยงาม 16 ครั้ง ก่อนปิดกล่องที่ ธีราทร บุญมาทัน ในนาทีที่ 70[21][22] และในวันที่ 12 พฤศจิกายน ไทยก็เปิดบ้านเอาชนะไต้หวันไป 4-2 จาก ธีรศิลป์ แดงดา ในนาทีที่ 41, ปกเกล้า อนันต์ ในนาทีที่ 52, อดิศักดิ์ ไกรษร ในนาทีที่ 72 และ ธนา ชะนะบุตร ในนาทีที่ 74[23]
และนัดสุดท้ายในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559 ที่สนามกลางในประเทศอิหร่าน ซึ่งอิรักใช้แข่งเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองอันไม่สงบภายในประเทศอิรัก[24] ไทยสามารถยันเสมออิรักได้ 2-2 จาก มงคล ทศไกร ในนาทีที่ 40 และ อดิศักดิ์ ไกรษร ในนาทีที่ 86 ทำให้ไทยเข้ารอบที่ 3 ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี และสามารถเข้ารอบสุดท้ายของศึก เอเชียนคัพ ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีอีกด้วย[25][26]

ตารางสรุปคะแนน

อันดับทีม
    
เล่นชนะเสมอแพ้ได้เสียต่างคะแนนการผ่านเข้ารอบ
1ธงชาติไทย ไทย (Q)6420146+814รอบที่ 3 และ เอเชียน คัพ2–21–04–2
2ธงชาติอิรัก อิรัก (Q)6330136+7122–21–05–1
3ธงชาติเวียดนาม เวียดนาม (Q)621378−17เอเชียนคัพ รอบคัดเลือก รอบที่ 30–31–14–1
4ธงชาติจีนไทเป จีนไทเป (Q)6006519−140เอเชียนคัพ รอบคัดเลือกเพลย์ออฟ0–20–21–2
5ธงชาติอินโดนีเซีย อินโดนีเซีย (D)00000000ถูกตัดสิทธิ์เนื่องจากฟีฟ่าสั่งระงับการแข่งขันหลังจากเกิดปัญหาการแทรกแซงการเมืองสู่วงการฟุตบอล[a]

    การแข่งขัน

    การแข่งขันที่สำคัญ

    [แสดง]#วันที่สถานที่คู่แข่งสกอร์ผลหมายเหตุ

    สถิติฟุตบอลโลก

    ดูบทความหลักที่: ทีมชาติไทยในฟุตบอลโลก
    ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
    ปีผลอันดับลงเล่นชนะเสมอ*แพ้ประตูได้ประตูเสียลงเล่นชนะเสมอ*แพ้ประตูได้ประตูเสีย
    อุรุกวัย 1930 -
    เม็กซิโก 1970
    ไม่ได้เข้าร่วม-------------
    เยอรมนีตะวันตก 1974ไม่ผ่านเข้ารอบ-------4004013
    อาร์เจนตินา 1978-------4103812
    สเปน 1982-------3012313
    เม็กซิโก 1986-------612344
    อิตาลี 1990-------6105214
    สหรัฐอเมริกา 1994-------8404137
    ฝรั่งเศส 1998-------411256
    เกาหลีใต้ญี่ปุ่น 2002-------145542520
    เยอรมนี 2006-------6213910
    แอฟริกาใต้ 2010-------103252017
    บราซิล 2014-------522174
    รัสเซีย 2018กำลังแข่งขันรอบคัดเลือก-------
    ประเทศกาตาร์ 2022ยังไม่แข่งขัน-------
    รวม-------6518123589116

    ประวัติในการแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิก

    (ใช้ทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2535)

    สถิติเอเอฟซี เอเชียนคัพ

    เอเชียนคัพ นัดแข่งขันกับโอมาน ในปี 2007
    เอเชียนคัพรอบสุดท้ายเอเชียนคัพรอบคัดเลือก
    ปีผลการแข่งขันอันดับลงเล่นชนะเสมอ*แพ้ประตูได้ประตูเสียลงเล่นชนะเสมอ*แพ้ประตูได้ประตูเสีย
    ฮ่องกง 1956 to อิสราเอล 1964ไม่ได้เข้าร่วม-------------
    อิหร่าน 1968ไม่ผ่านรอบคัดเลือก-------420254
    ไทย 1972อันดับ 3503269
    อิหร่าน 1976ถอนทีมหลังจากผ่านการคัดเลือก-------430182
    คูเวต 1980ไม่ผ่านรอบคัดเลือก-------5302113
    สิงคโปร์ 1984ไม่ผ่านรอบคัดเลือก-------5302910
    ประเทศกาตาร์ 1988ไม่ผ่านรอบคัดเลือก-------5122512
    ญี่ปุ่น 1992รอบที่ 1302115220031
    สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1996รอบที่ 130032136420315
    เลบานอน 2000รอบที่ 13021246411138
    ประเทศจีน 2004รอบที่ 13003196303107
    อินโดนีเซียมาเลเซียไทยเวียดนาม 2007รอบที่ 1311135
    ประเทศกาตาร์ 2011ไม่ผ่านเข้ารอบคัดเลือก------
    ออสเตรเลีย 2015ไม่ผ่านเข้ารอบคัดเลือก-----6006721
    รวมดีที่สุด: อันดับ 3201811154543255139552

    สถิติเอเชียนเกมส์

    (ใช้ทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2545)
    เอเชียนเกมส์
    ปีรอบลงเล่นชนะเสมอแพ้ประตูได้ประตูเสีย
    อินเดีย 1951 ถึง
    อินโดนีเซีย 1962
    ไม่ได้เข้าร่วม
    -
    -
    -
    -
    -
    -
    ไทย 1966
    รอบก่อนรองชนะเลิศ
    4
    1
    1
    2
    5
    8
    ไทย 1970
    รอบก่อนรองชนะเลิศ
    4
    1
    2
    1
    6
    6
    อิหร่าน 1974
    รอบที่ 1
    2
    0
    0
    2
    2
    4
    ไทย 1978
    รอบที่ 2
    5
    2
    0
    3
    6
    12
    อินเดีย 1982
    รอบที่ 1
    3
    1
    0
    2
    3
    5
    เกาหลีใต้ 1986
    รอบที่ 1
    4
    1
    1
    2
    8
    4
    ประเทศจีน 1990
    รอบรองชนะเลิศ
    6
    3
    1
    2
    5
    3
    ญี่ปุ่น 1994
    รอบที่ 1
    4
    0
    1
    3
    8
    12
    ไทย 1998
    รอบรองชนะเลิศ
    8
    4
    1
    3
    12
    10
    เกาหลีใต้ 2002
    รอบรองชนะเลิศ
    5
    4
    0
    1
    0
    4
    ประเทศกาตาร์ 2006
    รอบก่อนรองชนะเลิศ
    4
    3
    0
    1
    4
    3
    ประเทศจีน 2010
    รอบก่อนรองชนะเลิศ
    5
    2
    2
    1
    8
    2
    เกาหลีใต้ 2014
    รอบรองชนะเลิศ
    5
    2
    2
    1
    15
    2
    รวม
    ดีที่สุด: รอบรองชนะเลิศ
    60
    25
    9
    24
    95
    75

    ประวัติการแข่งขันในอาเซียน

    สถิติอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ

    การแข่งขันนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อไทเกอร์คัพและเอเอฟเอฟซูซูกิคัพ

    สถิติซีเกมส์

    (ใช้ทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2544 (ค.ศ. 2001))
    ซีเกมส์
    เจ้าภาพ/ปีรอบลงเล่นชนะเสมอแพ้ประตูได้ประตูเสีย
    ไทย 1959รองชนะเลิศ4202910
    ประเทศพม่า 1961อันดับ 3312074
    มาเลเซีย 1965ชนะเลิศ321063
    ไทย 1967อันดับ 3420298
    ประเทศพม่า 1969รองชนะเลิศ311144
    มาเลเซีย 1971อันดับ 3512278
    สิงคโปร์ 1973รอบที่ 1201112
    ไทย 1975ชนะเลิศ312054
    มาเลเซีย 1977รองชนะเลิศ411236
    อินโดนีเซีย 1979อันดับ 3522165
    ฟิลิปปินส์ 1981ชนะเลิศ422096
    สิงคโปร์ 1983ชนะเลิศ5311104
    ไทย 1985
    ชนะเลิศ
    4
    3
    1
    0
    17
    1
    อินโดนีเซีย 1987
    อันดับ 3
    4
    2
    1
    1
    7
    3
    มาเลเซีย 1989
    รอบรองชนะเลิศ
    4
    1
    2
    1
    5
    3
    ฟิลิปปินส์ 1991
    รองชนะเลิศ
    4
    2
    1
    1
    10
    2
    สิงคโปร์ 1993
    ชนะเลิศ
    6
    6
    0
    0
    18
    6
    ไทย 1995
    ชนะเลิศ
    6
    5
    1
    0
    19
    2
    อินโดนีเซีย 1997
    ชนะเลิศ
    6
    4
    2
    0
    15
    3
    บรูไน 1999
    ชนะเลิศ
    6
    5
    1
    0
    24
    1
    มาเลเซีย 2001
    ชนะเลิศ
    6
    6
    0
    0
    14
    2
    เวียดนาม 2003
    ชนะเลิศ
    5
    4
    1
    0
    20
    2
    ฟิลิปปินส์ 2005
    ชนะเลิศ
    5
    5
    0
    0
    10
    2
    ไทย 2007
    ชนะเลิศ
    5
    5
    0
    0
    18
    3
    ลาว 2009
    รอบที่ 1
    4
    2
    1
    1
    15
    3
    อินโดนีเซีย 2011
    รอบที่ 1
    4
    1
    0
    3
    6
    7
    ประเทศพม่า 2013
    ชนะเลิศ
    6
    4
    2
    0
    10
    3
    สิงคโปร์ 2015
    ชนะเลิศ
    6
    6
    0
    0
    21
    1
    รวม
    ดีที่สุด: ชนะเลิศ
    126
    79
    28
    19
    305
    108

    เกียรติยศอื่นๆ

    ผลงานชุดเยาวชน

    ผู้ฝึกสอนทีมชาติ

    ไฟล์:Senamuang1.jpg
    เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2556
    ผู้ฝึกสอนตั้งแต่ (พ.ศ. 2499–ปัจจุบัน)
    ชื่อสัญชาติช่วงเวลาสถิติผลงาน
    GWDLWin %
    บุญชู สมุทรโคจรไทย2499-2507 ? ? ? ? ?
    ประเทียบ เทศวิศาลไทย2508-2511 ? ? ? ? ?
    กึนเทอร์ กลอมบ์เยอรมนี2511-2518 ? ? ? ? ?โอลิมปิกฤดูร้อน 1968 - รอบแบ่งกลุ่ม
    เสนอ ไชยยงค์ไทย2518 ? ? ? ? ?
    เพเทอร์ ชนิทเกอร์เยอรมนี2519-2521 ? ? ? ? ?
    แวร์เนอร์ บิคเคลเฮาพท์เยอรมนี2522-2524 ? ? ? ? ?
    ประวิทย์ ไชยสามไทย2524-2526 ?23 ? ?
    ยรรยง ณ หนองคายไทย2526-2528 ?23 ? ?
    บัวร์กฮาร์ด ซีเซอเยอรมนี2528–2529 ? ? ? ? ?
    เชิดศักดิ์ ชัยบุตรไทย2530-2532 ? ? ? ? ?
    คาร์ลอส โรแบร์โต คาร์วัลโญบราซิล2532–2534 ? ? ? ? ?คิงส์คัพ 1989
    อันดับ 4 เอเชียนเกมส์ 1990
    ปีเตอร์ สตัปป์เยอรมนี2535–2537 ?621 ?1992 AFC Asian Cup - Group Stage
    ซีเกมส์ 1993 - ชนะเลิศ
    วรวิทย์ สัมปชัญญสถิตย์ไทย2537 ?23 ? ?
    ชัชชัย พหลแพทย์ไทย2537–2538 ? ? ? ? ?1995 Southeast Asian Games - ชนะเลิศ
    อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ไทย25391593360.01996 AFC Asian Cup - รอบแบ่งกลุ่ม
    ธวัชชัย สัจจกุลไทย2539 ? ? ? ? ?1996 ASEAN Football Championship - ชนะเลิศ
    เดทท์มาร์ คราเมอร์เยอรมนี2540 ? ? ? ? ?
    วิทยา เลาหกุลไทย2540–254124109541.7ซีเกมส์ 1997 - ชนะเลิศ
    ปีเตอร์ วิธอังกฤษ2541–254510146253045.5อันดับ 4 เอเชียนเกมส์ 1998
    ซีเกมส์ 1999 - ชนะเลิศ
    2000 AFC Asian Cup - รอบแบ่งกลุ่ม
    2000 ASEAN Football Championship - ชนะเลิศ
    คิงส์คัพ 2000 - ชนะเลิศ
    2002 ASEAN Football Championship - ชนะเลิศ
    อันดับ 4 เอเชียนเกมส์ 2002
    คาร์ลอส โรแบร์โต คาร์วัลโญบราซิล2546–25471362546.1
    ชัชชัย พหลแพทย์ไทยมิถุนายน - สิงหาคม 2547821525.02004 AFC Asian Cup - รอบแบ่งกลุ่ม
    ซิกกี เฮลด์เยอรมนีสิงหาคม 2547-25481144336.4ไทเกอร์คัพ 2004 - รอบแบ่งกลุ่ม
    ชาญวิทย์ ผลชีวินไทย2548-มิถุนายน 25513918111046.12006 King's Cup - ชนะเลิศ
    2006 T&T Cup - ชนะเลิศ
    คิงส์คัพ 2007 - ชนะเลิศ
    2007 AFC Asian Cup - รอบแบ่งกลุ่ม
    อาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ 2007- รองชนะเลิศ
    ปีเตอร์ รีดอังกฤษกันยายน 2551-กันยายน 25521584353.32008 T&T Cup - ชนะเลิศ
    เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2008 - รองชนะเลิศ
    ไบรอัน ร็อบสันอังกฤษกันยายน 2552 - มิถุนายน 25541874738.8ภูเก็ต กะตะกรุ๊ป คัพ 2009 (รายการการแข่งขันกระชับมิตรกับทีมสโมสร)
    เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2010 - รอบแบ่งกลุ่ม
    วินเฟรด เชเฟอร์เยอรมนีกรกฎาคม 2554 - มิถุนายน 2556281468เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 - รองชนะเลิศ
    เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองไทยกรกฎาคม 2556 - ปัจจุบันซีเกมส์ 2013 - ชนะเลิศ
    เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 - ชนะเลิศ
    ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 รองชนะเลิศ
    ซีเกมส์ 2015 - ชนะเลิศ

    หัวหน้าทีม

    หมายเลขเสื้อผู้เล่นดำรงตำแหน่ง
    3ธีราทร บุญมาทันพ.ศ. 2558–ปัจจุบัน
    19อดุลย์ หละโสะพ.ศ. 2557–2558
    18สินทวีชัย หทัยรัตนกุลพ.ศ. 2556–2557
    2ภานุพงศ์ วงศ์ษาพ.ศ. 2555–2556
    6ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์พ.ศ. 2553–2554
    7ดัสกร ทองเหลาพ.ศ. 2551–2552
    10ตะวัน ศรีปานพ.ศ. 2550–2551
    17สุธี สุขสมกิจพ.ศ. 2549
    1
    5
    กิตติศักดิ์ ระวังป่า พ.ศ. 2549, พ.ศ. 2551
    6รุ่งโรจน์ สว่างศรีพ.ศ. 2547–2548
    8เทิดศักดิ์ ใจมั่นพ.ศ. 2546
    12สุรชัย จิระศิริโชติพ.ศ. 2545
    13เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองพ.ศ. 2544–พ.ศ. 2545, พ.ศ. 2547, พ.ศ. 2550
    5โชคทวี พรหมรัตน์พ.ศ. 2542–พ.ศ. 2543, พ.ศ. 2546
    7นที ทองสุขแก้วพ.ศ. 2539–พ.ศ. 2541
    14วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์พ.ศ. 2538
    9ปิยะพงษ์ ผิวอ่อนพ.ศ. 2536

    ผู้ทำประตูสูงสุด

    สถิติ ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
    อันดับผู้เล่นจำนวนประตูช่วงเวลาที่เล่น
    1ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน1032524-2526
    (ฟีฟ่ารับรอง 15)
    2เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง702536-2550
    3นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์552510-2522
    4เจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง422514-2524
    5ธีรศิลป์ แดงดา332550-ปัจจุบัน
    6วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์322528-2538
    7ศรายุทธ ชัยคำดี312546-2553
    8วรวุฒิ ศรีมะฆะ292539-2542
    9ดาวยศ ดารา282518-2529
    10สุทธา สุดสะอาด252521-ไม่ทราบปี
    10ชลอ หงษ์ขจร2522-2530
    10เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์2538-2540
    * ผู้เล่นที่มีชื่อเป็นอักษรตัวหนาคือผู้เล่นที่ยังเล่นอยู่ในปัจจุบัน

    ผู้เล่น

    ชุดปัจจุบัน

    รายชื่อผู้เล่น 23 คน สำหรับการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กับญี่ปุ่น ในวันที่ 6 กันยายน
    #ตำแหน่งผู้เล่นวันเกิด (อายุ)ลงเล่นประตูสโมสร
    20GKสินทวีชัย หทัยรัตนกุล23 มีนาคม ค.ศ. 1982 (34 ปี)820ไทย สุพรรณบุรี
    1GKกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์26 มกราคม ค.ศ. 1990 (26 ปี)460ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
    23GKชนินทร์ แซ่เอียะ5 กรกฎาคม ค.ศ. 1992 (24 ปี)20ไทย ชลบุรี

    3DFธีราทร บุญมาทัน (กัปตันทีม)6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1990 (26 ปี)335ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
    13DFนฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม12 กรกฎาคม ค.ศ. 1994 (22 ปี)191ไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
    2DFพีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1993 (23 ปี)140ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
    16DFประทุม ชูทอง26 ตุลาคม ค.ศ. 1983 (32 ปี)120ไทย เชียงราย ยูไนเต็ด
    15DFกรวิทย์ นามวิเศษ2 สิงหาคม ค.ศ. 1986 (30 ปี)110ไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
    19DFทริสตอง โด31 มกราคม ค.ศ. 1993 (23 ปี)100ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
    5DFอดิศร พรหมรักษ์21 ตุลาคม ค.ศ. 1993 (22 ปี)80ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
    8DFมิก้า ชูนวลศรี26 มีนาคม ค.ศ. 1989 (27 ปี)10ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ด

    6MFอดุลย์ หละโสะ19 กันยายน ค.ศ. 1986 (29 ปี)331ไทย ชลบุรี
    4MFเกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์19 พฤศจิกายน ค.ศ. 1990 (25 ปี)277ไทย ชลบุรี
    18MFชนาธิป สรงกระสินธ์5 ตุลาคม ค.ศ. 1993 (22 ปี)284ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
    11MFมงคล ทศไกร5 กันยายน ค.ศ. 1987 (29 ปี)257ไทย เชียงราย ยูไนเต็ด
    21MFปกเกล้า อนันต์4 มีนาคม ค.ศ. 1991 (25 ปี)194ไทย ชลบุรี
    17DFธนบูรณ์ เกษารัตน์21 กันยายน ค.ศ. 1993 (22 ปี)191ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
    14MFศราวุฒิ มาสุข3 มิถุนายน ค.ศ. 1990 (26 ปี)181ไทย บางกอกกล๊าส
    12MFประกิต ดีพร้อม7 มกราคม ค.ศ. 1988 (28 ปี)163ไทย ชลบุรี
    7MFชาริล ชัปปุยส์12 มกราคม ค.ศ. 1992 (24 ปี)95ไทย สุพรรณบุรี

    10FWธีรศิลป์ แดงดา6 มิถุนายน ค.ศ. 1988 (28 ปี)7534ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
    22FWธนา ชะนะบุตร6 มิถุนายน ค.ศ. 1984 (32 ปี)192ไทย การท่าเรือ
    9FWสิโรจน์ ฉัตรทอง8 ธันวาคม ค.ศ. 1992 (23 ปี)10ไทย อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด

    ที่เคยถูกเรียกตัว

    รายชื่อผู้เล่นที่เคยถูกเรียกตัวติดทีมชาติไทยในรอบ 12 เดือนล่าสุด:
    ตำแหน่งผู้เล่นวันเกิด (อายุ)ลงเล่นประตูสโมสรถูกเรียกครั้งล่าสุด
    GKสมพร ยศ23 มิถุนายน ค.ศ. 1993 (23 ปี)00ไทย บีอีซี เทโรศาสนv. ธงชาติเกาหลีใต้ เกาหลีใต้, 23 มีนาคม 2559
    GKอุกฤษณ์ วงศ์มีมา9 กรกฎาคม ค.ศ. 1991 (25 ปี)00ไทย ราชบุรีv. ธงชาติจีนไทเป จีนไทเป, 16 มิถุนายน 2558
    GKฉัตรชัย บุตรพรหม4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1987 (29 ปี)30ไทย โอสถสภาv. ธงชาติจีนไทเป จีนไทเป, 12 พฤศจิกายน 2558

    DFสุพรรณ ทองสงค์26 สิงหาคม ค.ศ. 1994 (22 ปี)00ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ดคิงส์คัพ 2016

    MFสารัช อยู่เย็น30 พฤษภาคม ค.ศ. 1992 (24 ปี)260ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ดธงชาติซาอุดีอาระเบีย ซาอุดีอาระเบีย, 1 กันยายน 2559
    MFสรรวัชญ์ เดชมิตร3 สิงหาคม ค.ศ. 1989 (27 ปี)130ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ดคิงส์คัพ 2016
    MFทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร17 พฤษภาคม ค.ศ. 1993 (23 ปี)10ไทย อาร์มี่ ยูไนเต็ดคิงส์คัพ 2016
    MFบดินทร์ ผาลา20 ธันวาคม ค.ศ. 1994 (21 ปี)00ไทย เชียงราย ยูไนเต็ดคิงส์คัพ 2016
    MFจักรพันธ์ แก้วพรม24 เมษายน ค.ศ. 1988 (28 ปี)171ไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดv. ธงชาติเกาหลีใต้ เกาหลีใต้, 23 มีนาคม 2559
    MFฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์1 กันยายน ค.ศ. 1993 (23 ปี)72ไทย เชียงราย ยูไนเต็ดv. ธงชาติจีนไทเป จีนไทเป, 12 พฤศจิกายน 2558
    MFดัสกร ทองเหลา30 ธันวาคม ค.ศ. 1983 (32 ปี)10ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ดv. ธงชาติอิรัก อิรัก, 8 กันยายน 2558

    FWอดิศักดิ์ ไกรษร1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1991 (25 ปี)156ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ดคิงส์คัพ 2016INJ
    หมายเหตุ
    • INJ ผู้เล่นที่ถูกเรียกแต่ถอนตัวเนื่องจากอาการบาดเจ็บ
    • WD ผู้เล่นที่ถูกเรียกแต่ถอนตัวเนื่องจากปัญหาส่วนตัว

    ผู้เล่นที่โดดเด่นในอดีต

    คณะผู้ฝึกสอน

    ตำแหน่งชื่อหมายเหตุ
    ผู้จัดการทีมไทย ขจร เจียรวนนท์
    หัวหน้าผู้ฝึกสอนไทย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
    ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนไทย โชคทวี พรหมรัตน์
    ไทย ใกล้รุ่ง ตรีจักรสังข์
    ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตูไทย วิรัช วังจันทร์
    ไทยพรรษา มีสัตย์ธรรม
    ผู้ฝึกสอนด้านสมรรถภาพทางกายเยอรมนี แอนดี้ ชิงลิงเกอร์

    ผู้สนับสนุน

    ฟุตบอลทีมชาติไทยมีผู้สนับสนุนหลักประกอบด้วย กลุ่มบริษัท ปตท.เบียร์ช้างแอลจีแมคโดนัลด์แกรนด์สปอร์ต, โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ฟุตบอลทีมชาติไทยในวัฒนธรรมสมัยนิยม

    ในวัฒนธรรมสมัยนิยม ทีมชาติไทยได้มีการถูกอ้างถึงในหลายสื่อ เช่น ภาพยนตร์หมากเตะรีเทิร์นส, ในการ์ตูนญี่ปุ่นกัปตันซึบาสะ และการ์ตูนไทย มหาสนุก รวมไปถึงยังมีการดัดแปลงเป็นตัวละครในวิดีโอเกมชื่อดังหลาย ๆ เกม เช่น เกมชุดแชมเปียนชิพเมเนเจอร์ เกมชุดฟุตบอลเมเนเจอร์ เกมชุดฟีฟ่า และเกมวินนิงอีเลฟเวนภาค 2000 ยู-23 และล่าสุดกับเกมโปร อีโวลูชั่น ซ็อคเกอร์ 2009 นอกจากนั้นแล้ว โปรแกรมเมอร์ชาวไทยบางคนยังได้นำเกมบางเกมเหล่านี้ เช่น วินนิงอีเลฟเวน หรือแชมเปียนชิพเมเนเจอร์ มาดัดแปลงเพื่อเพิ่มทีมชาติไทย นักฟุตบอลไทย และรายการการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับทีมชาติไทยลงไปอีกด้วย

    หมากเตะรีเทิร์นส

    ในภาพยนตร์หมากเตะรีเทิร์นส เรื่องราวของพงศ์นรินทร์ผู้ฝึกสอนฟุตบอลชาวไทยที่มีฝีมือควบคุมทีมระดับสูงกับน้าสาวเจ๊มิ่งที่ถูกหวยรางวัลที่ 1 โดยทั้งสองคนต้องการพาทีมฟุตบอลไทยไปแข่งฟุตบอลโลกโดยพร้อมที่จะใช้ค่าใช้จ่าย 192 ล้านบาทที่ได้มาจากรางวัล แต่ปรากฏว่าหลังจากคุยกับทาง "สมาพันธ์ฟุตบอลไทย" ทางสมาพันธ์ไม่เห็นด้วยไม่ยอมให้พงศ์นรินทร์มาเป็นผู้ฝึกสอน โดยได้แต่งตั้งให้ผู้ฝึกสอนชาวบราซิลมาควบคุมทีมแทน เจ๊มิ่งกับหลานชายเลยโมโหและเดินทางไป "ราชรัฐอาวี" ประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทน และสนับสนุนทีมฟุตบอลราชรัฐอาวีจนในที่สุดทีมฟุตบอลอาวีได้ชนะผ่านเข้ารอบจนถึงรอบสุดท้าย และต้องตัดสินกับทีมชาติไทยที่นำโดยผู้ฝึกสอนชาวบราซิล เพื่อจะชิงสิทธิที่จะไปร่วมแข่งขันในฟุตบอลโลก

    กัปตันซึบาสะ

    บุนนาค สิงห์ประเสริฐ ตัวละครการ์ตูนจากเรื่องกัปตันซึบาสะ เล่นตำแหน่งกองหลังทีมไทย และสโมสรแอทเลติโกมาดริดในสเปน
    ในการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องกัปตันซึบาสะ ทีมเยาวชนไทยได้แข่งขันกับทีมเยาวชนญี่ปุ่นในการแข่งขันฟุตบอลเอเชียเยาวชน โดยทีมไทยมีผู้เล่นหลัก สามพี่น้องนักตะกร้อ ฟ้าลั่น สกุล ชนะ กรสวัสดิ์ เล่นในตำแหน่งกองหน้า และมี บุนนาค สิงห์ประเสริฐ อดีตแชมป์มวยไทย ที่เล่นให้กับสโมสรอัตเลตีโกมาดริดในสเปน ในตำแหน่งกองหลัง โดยเป็นกัปตันทีม และเป็นตัวกดดันซึบาสะจนเล่นไม่ออก ในครึ่งแรกนั้นทีมไทยนำทีมญี่ปุ่นถึง 4 ประตูต่อ 1 แต่ในช่วงครึ่งหลัง วากาบายาชิ และ อาโออิ ได้ลงเล่น ทำให้ญี่ปุ่นพลิกล็อกชนะไป 5 ประตูต่อ 4 (วากาบายาชิ ในขณะนั้น ถือว่าเป็นผู้รักษาประตูที่เหนียวมาก)
    โดยนิตยสารอะเดย์ฉบับที่ 70 ได้มีการกล่าวถึงการ์ตูนกัปตันซึบาสะ ที่ทีมชาติญี่ปุ่นได้แข่งกับทีมชาติไทยนี้

    มหาสนุก

    ในหนังสือการ์ตูนไทยมหาสนุก ได้เคยมีเรื่องราวเกี่ยวกับฟุตบอลทีมชาติไทย โดยเขียนเป็นเรื่องสั้นมีภาพประกอบโดย เฟน สตูดิโอ พิมพ์ลงในมหาสนุก ฉบับกระเป๋า เล่มที่ 25 เดือน กรกฎาคม 2533 ปักษ์แรก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ หนุ่มไทย 3 คน ที่ชอบเล่นฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ แต่เนื่องจากไม่มีเงินซื้อลูกฟุตบอล จึงได้ฝึกเล่นฟุตบอลกับลูกมะพร้าวอยู่เป็นเวลานาน จนมาวันหนึ่ง ผู้จัดการทีมชาติไทยได้ขับรถเที่ยวต่างจังหวัด และได้เห็นฝึมือของทั้งสามคนนี้ จึงซื้อลูกฟุตบอลมาให้ พร้อมกับชวนไปเล่นเป็นตัวแทนทีมชาติไทย จนในที่สุด ทีมชาติไทยได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย โดยในระหว่างการแข่งได้เจอกับคู่แข่งที่เก่งกาจไม่ว่านักเตะชื่อดังอย่างรืด คึลลิตมาร์โก ฟัน บัสเติน และแกรี ลินิเกอร์ ผลการแข่งขันปรากฏว่าทีมไทยชนะ และผ่านไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งในตอนจบนั้น ทีมชาติไทยกำลังจะทำประตูชนะการแข่งขัน แต่เกิดแผ่นดินไหวขึ้น และโลกระเบิด ทำให้ทีมไทยไม่ได้แชมป์บอลโลกในครั้งนั้น

    อินาสึมะอิเลฟเวน GO กาแลคซี่

    ในอะนิเมะและเกม อินาสึมะอิเลฟเวน GO กาแลคซี่ ทีมชาติไทยมีชื่อว่า มัคไทเกอร์ ซึ่งเป็นทีมชาติที่ร่วมการแข่งขันฟุตบอลฟรอนเทียร์อินเตอร์เนชันแนล วิชั่นทู โซนเอเชีย ซึ่งเป็นผู้ผ่านเข้ารอบการแข่งขันระหว่างทีมเดเซิร์ทไลออนของประเทศกาตาร์ โดยมี นภา ลาดำ เป็นกัปตันทีมและเป็นผู้เล่นตำแหน่งกองหลังของทีม

    การวิพากษ์วิจารณ์

    ทีมชาติไทยเคยสร้างความอัปยศโดยพยายามแข่งกันแพ้กับทีมอินโดนีเซียในการแข่งขันไทเกอร์คัพ 1998 ที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2541 เนื่องจากทั้งสองทีมเข้ารอบรองชนะเลิศแน่นอนแล้ว แต่ผู้ชนะซึ่งจะเป็นที่หนึ่งของกลุ่มเอจะต้องเดินทางไปแข่งในรอบรองชนะเลิศกับทีมชาติเวียดนามที่ฮานอยในวันชาติเวียดนาม ครึ่งแรกต่างฝ่ายต่างพยายามไม่ยิงประตู แต่หลังจากมีการพูดคุยกันระหว่างกรรมการและผู้ฝึกสอน ครึ่งหลังจึงทำประตูได้ทีมละสองประตู จนกระทั่งใกล้หมดเวลา นักเตะของอินโดนีเซียยิงเข้าประตูตัวเอง ทีมชาติไทยจึงชนะไป 3 ต่อ 2 ประตู การแข่งขันนัดนี้ทำให้ทั้งสองทีมถูกปรับเป็นเงิน 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,400,000 บาท

    ดูเพิ่ม





    ก่อนหน้าฟุตบอลทีมชาติไทยถัดไป
    เริ่มการแข่งขัน2leftarrow.pngอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ
    (1996 (สมัยที่ 1))
    2rightarrow.png1998 สิงคโปร์ สิงคโปร์
    1998 สิงคโปร์ สิงคโปร์2leftarrow.pngอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ
    (2000 (สมัยที่ 2)
    2002 (สมัยที่ 3))
    2rightarrow.png2004 สิงคโปร์ สิงคโปร์
    2012 สิงคโปร์ สิงคโปร์2leftarrow.pngอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ
    (2014 (สมัยที่ 4))
    2rightarrow.png2016